เมนู
Title

‘คาร์บอนเครดิต’ (Carbon Credit) คือ ตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนได้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจซึ่งอาจมีธุรกิจที่บริหารจัดการให้กระบวนการทำธุรกิจสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าเป้าหมายจนคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิตออกมา ซึ่งมีมูลค่าจนสามารถนำออกขายให้แก่ธุรกิจหรือหน่วยงานที่ในกระบวนการทำงานยังมีส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกินกว่าเป้าหมายที่ควบคุม 
ก็สามารถมาซื้อคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยได้ 

ส่วน ‘ตลาดคาร์บอน’ (Carbon Market) คือ ตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต ที่สามารถทำให้ก๊าซเรือนกระจกสุทธิลดลงด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลประโยชน์อย่างยั่งยืน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งกลไกตลาดคาร์บอนจะทำให้เกิดความสมดุล โดยทำให้ผู้ประกอบการที่ปล่อยมลพิษ หรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีต้นทุนในปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อชดเชยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโลก 

ที่มา: https://climatechange.lta.org/ รวบรวมและนำเสนอโดยแผนกนโยบายและแผน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

 

ตลาดคาร์บอนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

  1. ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Mandatory Carbon Market) ถูกจัดตั้งขึ้นจากผลบังคับในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกฎหมาย มีกฎหมายและกฎระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขายกำกับอย่างชัดเจน ซึ่งต้องมีรัฐบาลออกกฎหมายและเป็นผู้กำกับดูแลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยผู้ที่เข้าร่วมในตลาดจะต้องมีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย (Legally Binding Target) หากผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะถูกลงโทษ และ/หรือ ผู้ที่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ หรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับการบัญญัติกฎหมาย
  2. ตลาดคาร์บอนแบบภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมก๊าซเรือนกระจกมาบังคับ การจัดตั้งตลาดเกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของผู้ประกอบการหรือองค์กรเพื่อเข้าร่วมซื้อขายคาร์บอนเครดิตในตลาดด้วยความสมัครใจ โดยอาจจะมีการตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองโดยสมัครใจ (Voluntary) แต่ไม่ได้มีผลผูกพันตามกฎหมาย (Non-legally Binding Target) กล่าวคือ กรณีที่องค์กรใดที่สมัครใจดำเนินโครงการหรือมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการดังกล่าวสามารถนำมาขายในตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ และองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อมเกินกว่าปริมาณที่กำหนด สามารถซื้อคาร์บอนเครดิตดังกล่าวเพื่อทำให้ตนเองได้รับสิทธิในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้งในปริมาณที่ไม่เกินกว่าปริมาณที่กำหนด

 

สถานการณ์ตลาดคาร์บอนในประเทศไทย ปัจจุบันมีโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีการขายคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอนเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 อยู่ในรูปแบบตลาดคาร์บอนแบบภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) ภายใต้องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ TGO เป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction: T-VER) ซึ่งคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองจากโครงการดังกล่าว จะเรียกว่า เครดิต TVERs สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offsetting) ผ่านปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) ทั้งในระดับองค์กร ผลิตภัณฑ์ 
อีเว้นท์ ซึ่งปัจจุบันการขายคาร์บอนเครดิตยังเกิดขึ้นไม่มาก จากที่กล่าวเรื่องคาร์บอนเครดิตทั้งหมดมา หากมองด้านการลงทุนในตอนนี้ อาจมีผลประโยชน์ที่จะดูห่างตัวสำหรับกลุ่มคนพนักงานออฟฟิศ, นักศึกษา หรือเหล่า SMEs อยู่พอสมควร แต่บอกเลยว่าไม่ห่างไกลในอนาคต เพราะปัจจุบันทั่วโลกมีการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตกันมากกว่า 7 พันล้านตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน 

ขอบคุณแหล่งอ้างอิงข้อมูลจาก www.ananda.co.th, www.bangkokbanksme.com

บริษัท ยูไนเต็ด เทเลคอม เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (UTEL) ผู้ให้คำปรึกษา และให้บริการด้านการออกแบบพัฒนาวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่หลากหลายแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การขนส่ง เทคโนโลยี คาร์บอนเครดิต โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้คนไทยได้รับการบริการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความแข็งแกร่ง เพิ่มศักยภาพในการพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติ ด้วยศูนย์บริการซึ่งมีอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ UTEL ส่งมอบ Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าองค์กร ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ UTEL : 02-016-5222 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

20/05/2024
SEATTLE “ซีแอตเทิล” ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเมืองด้วยนวัตกรรม เมืองที่ดีคือ “เมืองที่สร้างมาเพื่อทุกคน”
เมื่อพูดถึงคำว่า “เมืองเดินได้ (Walkable City)” หลายคนอาจจะนึกถึงภาพทางเท้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ที่ปล่อยให้เราย่ำเท้าก้าวเดินได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลเรื่องสิ่งกีดขวาง หรือร่องน้ำชื้นแฉะ แน่นอนว่าทางเท้าที่ดีเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพัฒนาย่าน (Neighborhood) ต่างๆ ให้เหมาะสมต่อการเดินเท้า แต่การจะก้าวไปสู่การเป็นเมืองเดินได้ ต้องมีองค์ประกอบอะไรที่มากไปกว่านั้น
13/05/2024
ไขข้อสงสัย! เทคโนโลยี PON (Passive Optical Network) คืออะไร?
PON ย่อมาจาก Passive Optical Network เป็นเทคโนโลยีโทรคมนาคมแบบใยแก้วนำแสง (fiber optic) ที่ใช้กันทั่วไปเพื่อส่งมอบการเชื่อมต่อเครือข่าย "last mile" ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เชื่อมต่อกับธุรกิจหรือบ้าน เหตุผลที่เรียกว่า “Passive” เพราะไม่ต้องการพลังงานไฟฟ้าเพื่อกระจายสัญญาณเมื่อมีการส่งผ่านเครือข่าย เนื่องจาก PON สามารถให้บริการผู้ใช้หลายรายได้อย่างมีประสิทธิภาพจากไฟเบอร์ตัวเดียว ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) จึงมักจะใช้ผู้ให้บริการเหล่านี้เพื่อปรับใช้ไฟเบอร์ไปยังสถานที่ (FTTP) หรือที่เรียกว่าไฟเบอร์ไปยังบ้าน (FTTH)
30/04/2024
ไขข้อข้องใจ! ระบบโซล่าเซลล์มีกี่แบบ และต่างกันอย่างไร?
ระบบโซล่าเซลล์ มี 3 แบบ 1. ระบบโซล่าเซลล์แบบออนกริด เหมาะกับการใช้ในครัวเรือน คาเฟ่ หรืออาคารที่ติดตั้งบนหลังคา 2. ระบบโซล่าเซลล์แบบออฟกริด เหมาะกับบ้านที่ไฟไม่ถึง หรือใช้ในการเกษตร 3. ระบบโซล่าเซลล์แบบไฮบริด เหมาะสำหรับอุตสาหกรรม โรงงาน หรือบ้านขนาดใหญ่
กลับไปด้านบน